บทความ

แชร์เคล็ดลับ! เมนูอาหารคีโต 7 วัน วิธีกินคีโต ที่ถูกต้อง ลดน้ำหนักแบบง่ายๆ

ในปัจจุบันวิธีการทานอาหารเพื่อลดน้ำหนักมีมากมายหลากหลายสูตร วิธีการหนึ่งที่ถูกพูดถึงและกำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา คือ Ketogenic Diet หรือที่เรียกติดปากกันว่า “การกินคีโต” ในบทความนี้เราจะมาเจาะลึกกันครับว่าจริงๆ แล้วการกินคีโตนั้นมีที่มาที่ไปยังไง การกินคีโตประเภทต่างๆ มีข้อดี – ข้อเสียอะไรบ้าง และที่สำคัญเรามีสูตรเมนูอาหารคีโต 7 วัน แจกฟรี! ทั้งหมด 5 สูตร จะเป็นอย่างไรบ้างลองไปดูกันเลย

การกินคีโต คืออะไร

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมการกินไขมันเยอะ ๆ อย่างการกินคีโตนั้นถึงทำให้ลดน้ำหนักได้ ซึ่งตรงนี้มีหลายบทความที่ได้พยายามอธิบายว่า เพราะการกินคีโตนั้นจะเป็นการสอนร่างกายให้นำไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น จึงทำให้ลดน้ำหนักได้ แต่ในความเป็นจริงแล้วมันไม่ได้เป็นเช่นนั้น

เนื่องจากการกินคีโตที่เน้นการกินไขมันนั้นจะเลี่ยงการกินคาร์บ จากการกินคาร์บที่น้อยนั้นจะทำให้ร่างกายมี ไกลโคเจนที่เป็นแหล่งสะสมคาร์บในร่างกายนั้นน้อยลงไปด้วย ซึ่งคุณสมบัตินึงของไกลโคเจนนั้นคือความ สามารถในการดึงน้ำ โดยที่ไกลโคเจน 1 kg นั้นจะดึงน้ำไว้ได้ 3 kg

ดังนั้นการกินคีโตที่ทำให้ไกลโคเจนในร่างกายน้อยลงนั้นจะเป็นวิธีลดน้ำหนักที่เห็นผลได้เร็วในช่วงแรก เนื่องจากไกลโคเจนหายไป 1 ส่วน และน้ำจะหาย ไป 3 ส่วน และการที่น้ำในร่างกายน้อยลงนั้นจะทำให้ร่างกายดูแห้งลง ไม่บวมน้ำ

แต่ถ้าจะทำให้เกิดการลดน้ำหนักต่อไปได้นั้น จะต้องทำให้ร่างกายอยู่ในภาวะพลังงานติดลบ เมื่อร่างกายได้รับพลังงานจากการกินน้อยกว่าพลังงานที่ร่างกายใช้ไป ก็จะทำให้ร่างกายต้องดึงพลังงานที่สะสมในร่างกายอย่างไขมันนั้นมาใช้เป็นพลังงานชดเชยในส่วนที่ขาดไป จึงทำให้น้ำหนักลดลงต่อไปได้จากการที่ไขมันในร่างกายลดลง

คีโตสิส (Ketosis) คืออะไร

คีโตสิส คือ สภาวะร่างกายที่เกิดขึ้นจากการมีสารกลุ่มคีโตนสูงขึ้นในกระแสเลือด เนื่องจากมีเมื่อคาร์โบไฮเดรตไม่เพียงพอสำหรับใช้เป็นแหล่งพลังงานหลัก คีโตนเหล่านี้มาจากการดึงไขมันที่มีอยู่ในร่างกายออกมาใช้ เพื่อเป็นแหล่งพลังงาน หลักทดแทนคาร์โบไฮเดรต ซึ่งภาวะนี้จะเหนี่ยวนำให้เกิดได้จากการเลือกกิน อาหารที่มีสัดส่วนคาร์บต่ำกว่า 20 กรัม หรือ Ketogenic Diet

ประเภทของอาหารคีโต

การกินคีโตจะแบ่งได้เป็น 3 ประเภทหลัก ๆ ได้แก่ Standard Ketogenic Diet (SKD), Targeted Ketogenic Diet (TKD), และ Cyclical Ketogenic Diet (CKD)

1. Standard Ketogenic Diet (SKD)

มาเริ่มด้วยการกินแบบ SKD ที่ถือว่าเป็นรูปแบบมาตรฐานของการกินคีโต โดยวิธีกินแบบนี้จะเน้นการกิน อาหารประเภทไขมันโดยให้ได้พลังงานจากไขมันราว ๆ 70% ของพลังงานที่ได้รับ และกินโปรตีนราว ๆ 25% ส่วนที่เหลือ 5% นั้นจะเป็นส่วนของคาร์บหรือแป้ง แต่ถ้าจะให้ง่าย ๆ แบบไม่ต้องคำนวณอะไรมากมายก็สามารถจำกัดกินคาร์บให้ต่ำกว่า 50 g ต่อวันก็ได้

2. Targeted Ketogenic Diet (TKD)

เนื่องจากการกินแบบ SKD นั้นมีสัดส่วนคาร์บที่ต่ำมากและอาจจะไม่เหมาะกับคนที่ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย จึงมีการกินแบบ TKD เพิ่มเข้ามา โดยคนที่กินคีโตและออกกำลังกายนั้นมักจะพบว่าไม่มีแรงออกกำลังกายหรือออกกำลังกายเสร็จแล้วร่างกาย อ่อนเพลียเกินไป จากผลเสียตรงนี้ทำให้การกินคีโตแบบ TKD มาตอบโจทย์ตรงนี้ได้

โดยการกินแบบ TKD นั้น จะคล้ายๆ กับ SKD แทบทุกอย่างยกเว้นเพียงแค่การกินแบบ TKD นั้นจะรวมเอาคาร์บมากินในช่วงเวลาที่ใกล้ ๆ กับการออกกำลังกาย โดยถ้าเป็นคนที่ไม่มีแรงออกกำลังกายก็แนะนำให้กินคาร์บในช่วงก่อนออกกำลังกาย ส่วนคนที่ออกกำลังกายแล้วอ่อนเพลียก็ให้กินคาร์บในช่วงหลังออกกำลังกายแทน

3. Cyclical Ketogenic Diet (CKD)

อย่างไรก็ตามการกินแบบ TKD ก็อาจจะยังไม่เหมาะกับคนที่มีการจัดตารางออกกำลังกายแบบหนักมาก ๆ เพราะร่างกายใช้พลังงานจากการออกกำลังกายค่อนข้างมาก จึงมีการกินแบบ CKD เกิดขึ้นมา

โดย CKD คือการกินแบบ SKD เป็นจำนวน 5 วันต่อสัปดาห์ ส่วนอีก 2 วันที่เหลือนั้นจะเปลี่ยนสัดส่วนสารอาหารโดยเพิ่มการกินคาร์บให้สูงขึ้นเป็น 70% ของพลังงานที่ได้รับในแต่ละวัน ส่วนที่เหลือจะเป็นไขมัน 15% และโปรตีน 15% ซึ่งการกินที่มีวันที่กินคาร์บเยอะแบบนี้ 2 วันนั้นจะช่วยในการฟื้นตัวจากการออกกำลังกายอย่างหนักได้ดีขึ้นนั่นเอง

วิธีเริ่มกินอาหารคีโตให้ถูกต้อง

จริง ๆ แล้วการเริ่มกินคีโตนั้นง่ายมาก เพียงแค่รู้ว่าอาหารประเภทไหนเหมาะกับคีโตก็กินอาหารชนิดนั้น ๆ ส่วนอาหารที่ไม่เข้าข่ายคีโต เช่น คาร์บกลุ่มแป้งต่าง ๆ นั้นควรเลี่ยง เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นการกินคีโตที่ถูกแล้ว เพียงแต่การที่อยู่ดี ๆ ที่ปกติก็กินอาหารจำพวกคาร์บพวกแป้งต่าง ๆ แล้วจะให้เลิกกินไปเลยทันทีนั้น ก็อาจจะทำใจยาก และจะทำให้เกิดอาการอยากกินคาร์บตามมาทำให้หลุดคีโตได้ ดังนั้นสำหรับคนที่เริ่มหัดกินคีโตนั้น อาจจะใช้วิธีค่อย ๆ เพิ่มจำนวนมื้อที่กินแบบคีโตไปก่อน

ยกตัวอย่างเช่น ปกติกินอาหารวันละ 3 มื้อ ก็ให้กินอาหารแบบปกติ 2 มื้อไปก่อน ส่วนอีกมื้อลองกินให้เข้าข่ายกินคีโตดู เมื่อคุ้นชินแล้วก็ค่อยลดการกินอาหารแบบปกติเหลือ 1 มื้อแล้วไปเพิ่มจำนวนมื้อคีโตแทน ทำแบบนี้จน สามารถกินทุกมื้อแบบคีโตได้โดยไม่มีอาการอยากกินคาร์บ

กินคีโต กินอะไรได้บ้าง

เนื่องจากการกินคีโตคือการเน้นการกินไขมันเป็นหลักและเลี่ยงการกินแป้งหรือคาร์บ ดังนั้นอาหารที่คนกินคีโตกินได้นั้นจะเป็นพวกที่เป็นพวกไขมันและเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น เนย, ไข่, เนื้อสัตว์โดยจะติดหรือไม่ติดมันก็ได้

กินคีโตลดน้ําหนัก

สำหรับผลไม้นั้น ส่วนมากจะมีส่วนประกอบของคาร์บอยู่เยอะ จึงมักจะไม่เหมาะกับการกินคีโต แต่ก็มีผลไม้บางประเภทที่สามารถกินได้เนื่องจากมีปริมาณคาร์บอยู่น้อย เช่น สตรอเบอร์รี่, ราสเบอร์รี่, แคนตาลูปและแตงโม พวกนี่มีคาร์บน้อยแต่ก็ต้องระวังอย่ากินมากจนเกินไปจนได้คาร์บเกินจนหลุดคีโต

ส่วนอาหารจำพวกผักนั้นก็ต้องระวัง เนื่องจากผักบางชนิดก็มีคาร์บเป็นส่วนประกอบอยู่ สำหรับผักที่สามารถกินได้ก็จะเป็นพวกผักเซเลอรี่ (ขึ้นฉ่ายฝรั่ง), ผักใบเขียว, แตงกวา, มะเขือเทศ, พวกเห็ดต่าง ๆ และผักที่มีคาร์บน้อย ๆ เช่น ฟักทอง ก็สามารถกินได้

กินคีโต ห้ามกินอะไรบ้าง

แน่นอนว่าอาหารที่ไม่ควรกินส่วนใหญ่จะเป็นพวกที่มีส่วนประกอบของแป้งหรือคาร์บ เช่น ข้าว, ขนมปัง (สูตรปกติ), อาหาร ประเภทเส้นต่าง ๆ และนม รวมถึงผักและผลไม้ที่มีสัดส่วนของคาร์บค่อนข้างเยอะ เช่น มันฝรั่ง, มันหวาน ข้าวโพดก็ควรหลีกเลี่ยง

วิธีเริ่มกินคีโต

ข้อดี – ข้อเสียของการกินอาหารคีโต

ข้อดีของการกินอาหารคีโต

  • ลดโอกาสกินอาหารที่มีแคลอรี่สูงที่เสี่ยงทำให้น้ำหนักตัวเพิ่มอย่างพวก ขนมต่าง ๆ, เบเกอรี่และขนมปังสูตร ปกติที่มีแคลอรี่สูง
  • ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มและคุมความอยากอาหารได้ง่ายขึ้น เนื่องจากการกินไขมันและโปรตีนที่เยอะนั้นจะกระตุ้น การส่งสัญญาณที่ทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มและลดความอยากอาหารลงได้

ข้อเสียของการกินอาหารคีโต

  • มีโอกาสล้มเลิกสูง โดยงานวิจัยพบว่าราว ๆ 46% ของคนที่เริ่มกินคีโตนั้นจะล้มเลิกกลางทาง ซึ่งการที่ล้มเลิกนั้นจะทำให้การลดน้ำหนักไม่ประสบความสำเร็จ
  • ไม่เหมาะสำหรับคนที่ชอบกินคาร์บ โดยคนกลุ่มนี้มีแนวโน้มที่จะล้มเลิกกลางทางสูง

การกินคีโต เหมาะกับใคร

เนื่องจากการกินคีโตนั้นเป็นการกินอาหารที่มีสัดส่วนของไขมันที่เยอะและมีสัดส่วนของคาร์บที่น้อยมาก ๆ ดังนั้นการกินคีโตจะเหมาะกับคนที่ชอบกินอาหารที่มัน ๆ มีไขมันเยอะ แต่ไม่ชอบกินคาร์บเลย

ใครบ้างที่ควรหลีกเลี่ยงการกินแบบคีโต

เนื่องจากการกินคีโตนั้นจะเป็นการบีบให้ร่างกายเปลี่ยนไปใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลักแทนคาร์บ ดังนั้นคนที่มีความผิดปกติที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการย่อยสลายไขมันเพื่อมาใช้เป็นพลังงาน (Fat Metabolism) จึงควรหลีกเลี่ยงการกินคีโต เพราะอาจทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ ดังนั้นจึงควรมีการตรวจว่ามีความผิดปกติในกระบวนการ Fat Metabolism หรือไม่ก่อนที่จะตัดสินใจกินคีโต

นอกจากนี้ คนที่เป็นโรคทางพันธุกรรมอย่าง Porphyria ที่มีความผิดปกติในการสร้าง heme ที่มีความสำคัญในการระบบไหลเวียนเลือดนั้นก็ควรจะหลีกเลี่ยงการกินคีโต และคนที่เป็นเบาหวานที่ได้รับยาประเภท SGLT2 inhibitors ก็ควรหลีกเลี่ยงการกินคีโตเช่นกัน

เมนูอาหารคีโต ตารางกินคีโต ลดน้ําหนัก 7 วัน

หลังจากที่ได้รู้จักการกินคีโตกันไปพอสมควรแล้ว ลองมาดูกันว่าอาหารคีโตที่หลายคนนำไปจัดเป็นสูตรอาหารคีโตลดน้ําหนักนั้นมีหน้าตาเป็นอย่างไร ผู้เขียนได้รวบรวมมาทั้งหมด 5 สูตรด้วยกัน มีทั้งแบบกิน 3 มื้อปกติ กินคีโตผสม IF หรือ ผสมมื้อเล็ก เช่น ไข่+กาแฟ ซึ่งทั้ง 5 สูตรนี้เป็นสูตรเมนูอาหารคีโต 7 วัน ผู้อ่านสามารถนำไปปรับหรือประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองได้ เช่น นำไปจัดเป็นสูตรเมนูคีโต 28 วัน สูตรเมนูคีโต 8 สัปดาห์ เป็นต้น แต่ละสูตรประกอบไปด้วยเมนูอะไรบ้าง มาดูกันเลย!

สูตรอาหารคีโตลดน้ำหนัก สูตรที่ 1 

วิธีกินคีโตที่ถูกต้อง
สูตร 3 มื้อ ปกติ

สูตรอาหารคีโตลดน้ำหนัก สูตรที่ 2

อาหารคีโตคือ
สูตรผสม IF

สูตรอาหารคีโตลดน้ำหนัก สูตรที่ 3

วิธีกินคีโต
สูตรผสม Mini Meal

สูตรอาหารคีโตลดน้ำหนัก สูตรที่ 4

คีโตคือ
สูตรกินจุ๊บจิ๊บ

สูตรอาหารคีโตลดน้ำหนัก สูตรที่ 5

ลดน้ำหนักแบบคีโต
สูตร 3 มื้อ มีกินเล่น

แนะนำเมนูอาหารคีโตในเซเว่น สำหรับคนไม่มีเวลา

จริง ๆ แล้วการกินคีโตนั้นไม่ได้มีความจำเป็นต้องลงทุนไปกับเวลาในการเตรียมอาหารซักเท่าไร เพียงแค่เลี่ยงการกินคาร์บก็เข้าข่ายการกินคีโตแล้ว

ในกรณีที่เตรียมอาหารกินเอง ก็เพียงแค่ทำอาหารที่คีโตกินได้เท่านั้นเอง เช่น เอาไข่ไปต้มหรือทอด, เอาเนื้อสัตว์ไปทำให้สุก ซึ่งก็เหมือนกับคนที่ทำอาหารปกติกินเองที่บ้าน เพียงแค่เพิ่มเติมกฏ 2 ข้อเข้าไปเท่านั้น

  1. ใช้เครื่องปรุง, ซอส ที่ไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล ซึ่งปัจจุบันสามารถหาซื้อเครื่องปรุงคีโตได้สะดวก เพราะมีขายตามร้านค้าทั่วไปค่อนข้างมาก
  2. ไม่ต้องเตรียมอาหารประเภทคาร์บ ทำอาหารในส่วนของกับข้าวอย่างเดียว โดยที่ไม่ต้องเตรียมหุงข้าว

ในกรณีที่ซื้อตามร้านอาหารต่าง ๆ นั้นก็เริ่มสะดวกมากขึ้น เพราะก็เริ่มมีร้านอาหารสำหรับคีโต หรือในร้านอาหารมีทางเลือกสำหรับผู้ที่กินคีโตมากขึ้น หรือหากไม่มีร้านคีโตโดยเฉพาะในละแวกที่อยู่ ก็ยังหาอาหารที่เข้าข่ายคีโตกินได้ เพียงแค่สั่งอาหารที่ไม่มีส่วนประกอบของคาร์บหรือแป้งเท่านั้นเอง จะเป็นเกาเหลา, ไข่ต้มหรือไข่ทอด, เนื้อสัตว์ทอด (แบบที่ไม่ได้ชุบแป้งทอด) ก็ได้ และต้องให้แน่ใจว่าไม่ผ่านการปรุงด้วยเครื่องปรุงต้องห้าม

ส่วนร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ นั้นก็เพียงแค่ใช้หลักการเลือกเช่นเดียวกับข้ออื่น ๆ เลือกไข่, ชีส, เนื้อสัตว์ต่าง ๆ หรือซื้อข้าวกล่องพร้อมรับประทาน แล้วกินแต่กับข้าวก็ได้

คำถามการกินคีโตที่พบบ่อย

การกินแบบคีโตเจนิคหรือที่เรียกสั้นๆ ว่ากินคีโตนั้นมีข้อดี-ข้อเสียหลายอย่าง และมีข้อมูลที่เราควรศึกษาให้ดีก่อนที่จะตัดสินใจกิน ซึ่งหลายคนอาจจะมีคำถามต่าง ๆ มากมาย ในหัวข้อนี้ผู้เขียนได้รวบรวมคำถามที่อาจจะเป็นประโยชน์ โดยเฉพาะสำหรับมือใหม่ที่ไม่ว่าจะอยากกินคีโตลดน้ําหนัก หรือแค่อยากทดลองกินดูชั่วคราว ลองติดตามอ่านกันได้เลย

กินคีโต อันตรายไหม

สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้เป็นโรคอะไร อาจจะทำให้มีอาการน้ำตาลต่ำในช่วงแรก ๆ ของการกินแบบคีโตเจนิค ทำให้ อ่อนเพลีย, ผมร่วง และร่างกายยังทำงานได้ไม่เต็มที่ เพราะยังอยู่ในช่วงของการปรับตัว แต่ถ้าปรับตัวได้แล้วก็จะดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องระวังคือ ค่าระดับไขมันในเลือด ซึ่งจากการวิจัยพบว่าหลายคนมีค่าไขมัน LDL-c เพิ่มมากขึ้นหลังจากกินคีโต ซึ่งหากค่าเยอะ ก็จะเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือด ส่วนคนที่เข้าข่ายที่ควรหลีกเลี่ยงการกินแบบคีโตเจนิคโดยอาจจะได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์นั้น ก็ไม่ควรกินคีโตอยู่แล้ว ไม่เช่นนั้นอาจก่อให้เกิดอันตรายกับร่างกายตามมาได้

กินคีโต ต้องออกกำลังกายไหม

ความเชื่ออย่างหนึ่งของคนที่สนใจการกินแบบคีโตเจนิค คือ “ถ้ากินคีโตแล้วไม่จำเป็นต้องออกกำลังกาย” ถึงแม้การกินคีโตอย่างเดียวจะช่วยลดน้ำหนักได้ แต่ก็จะได้ผลลัพธ์น้อยกว่าคนที่ออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย

การออกกำลังกายนอกจากจะช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นแล้ว ก็ยังช่วยในเรื่องสุขภาพด้วย สำหรับใครที่อาจจะยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายมากนัก แต่ในอนาคตหากมีโอกาสก็อยากให้ลองเพิ่มเข้าไปด้วย อาจจะเริ่มจากการออกกำลังกายแบบขยับร่างกายเล็ก ๆ น้อย ๆ เช่น เดินเร็วลดน้ำหนัก กระโดดเชือก หรือ บอดี้เวท เพื่อให้ได้ผลดียิ่งขึ้นและมีสุขภาพที่ดีมากขึ้น

อาหารคีโตแบบไม่เครียด

ถ้าเป็นคนที่เหมาะกับการกินแบบคีโตเจนิค คือ เป็นคนที่ชอบกินไขมันเยอะอยู่แล้ว แต่ไม่ชอบกินคาร์บ ก็จะไม่เครียดจากการกินคีโต ซึ่งโดยส่วนใหญ่พบว่าหลายคนไม่ได้เหมาะกับคีโตตั้งแต่แรก ทำให้การกินอาหารที่ไม่ชอบก็จะเครียดทุกครั้งที่กิน ดังนั้น ถ้าเราอยากกินคีโตแบบมีความสุข ก็ควรทดลองกินและสำรวจความชอบ ความรู้สึกของตัวเองตั้งแต่แรก เพื่อให้เรามีความสุขกับการกินคีโตและทำตามเป้าหมายได้ในที่สุด

กินคีโตน้ำหนักไม่ลด เกิดจากอะไร

สำหรับการกินคีโตลดน้ําหนัก หากเรากินแบบไม่สนปริมาณสารอาหารอะไรเลย อาจทำให้น้ำหนักลดลงในช่วงแรก ซึ่งเกิดจากปริมาณน้ำในร่างกายที่หายไป แต่พอพ้นช่วงนี้ไปแล้ว ก็จะกลับมาอ้างอิงทฤษฏีสมดุลพลังงานเหมือนกับไดเอทประเภทอื่น ๆ คือการลดน้ำหนักนั้น ต้องกินให้น้อยกว่าใช้

ถ้าพบว่ากินแล้วน้ำหนักไม่ลด แสดงว่ายังกินเยอะกว่าที่ร่างกายใช้อยู่ดี ทางแก้คือกินให้น้อยลงกว่าเดิม หรือออกกำลังกายเพิ่มมากขึ้น จนพลังงานที่ได้จากการกินมันน้อยกว่าที่ใช้ออกไปจึงจะสามารถลดน้ำหนักต่อไปได้

กินคีโต 1 อาทิตย์ ลดกี่โล

ในช่วงแรกสามารถลดได้ถึง 3 กิโล แต่ที่ลดนั้นจะมาจากน้ำหนักของน้ำที่หายไป หลังจากนั้นแล้วจะลดสัปดาห์ละกี่กิโลนั้นก็ขึ้นกับว่าเรากินน้อยกว่าที่ใช้แค่ไหน

โดยการที่จะทำให้ไขมันในร่างกายหายไป 1 กิโลกรัม จะต้องกินน้อยกว่าใช้ราว ๆ 7,000 kcal ถ้ากินน้อยกว่าใช้วัน ละ 1,000 kcal ก็จะทำให้สัปดาห์นึงลดไขมันได้ประมาณ 1 กิโลกรัม ลองคำนวณเปรียบเทียบจากตัวเลขดังกล่าวให้เหมาะกับตัวเองได้เลย

กินคีโตกี่วันเห็นผล

ในช่วงแรกสามารถลดได้ถึง 3 กิโล แต่ที่ลดนั้นจะมาจากน้ำหนักของน้ำที่หายไป แต่เนื่องจากสิ่งที่หายไป นั้นคือน้ำในร่างกาย จึงไม่ถือว่ากินคีโตแล้วลดได้ภายใน 1 สัปดาห์นั้นเป็นการลดที่ได้ผล ซึ่งการที่เราจะผอมลงจริง ๆ ควรจะมาจากการที่ร่างกายมีไขมันสะสมลดลง โดยการที่จะทำให้ไขมันในร่างกายหายไป 1 kg จะต้องกินน้อยกว่าใช้ราว ๆ 7,000 kcal เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น ลองดูตัวอย่าง 2 กรณี ดังต่อไปนี้

  1. ถ้ากินน้อยกว่าใช้วันละ 1,000 kcal ก็จะทำให้สัปดาห์นึงลดไขมันได้ประมาณ 1 kg ดังนั้น ถ้าสามารถกินได้ตามนี้ก็จะถือว่ากินคีโต 7 วันเห็นผล
  2. ถ้าปรับให้ง่ายขึ้น โดยกินให้น้อยกว่าใช้วันละ 500 kcal ก็จะทำให้ 2 สัปดาห์นั้นลดไขมันได้ 1 kg ก็จะ ถือว่ากินคีโต 14 วันเห็นผลนั่นเอง

ข้อสรุป อาหารคีโต กินอย่างไรให้ได้ผล

การกินแบบคีโตเจนิค ค่อนข้างได้รับความนิยมในคนที่มีเป้าหมายเกี่ยวกับการลดน้ำหนัก ถ้าเราศึกษาเพื่อให้กินอย่างถูกวิธีก็จะช่วยให้ลดน้ำหนักได้อย่างปลอดภัย แต่ก็ไม่ใช่วิธีที่เหมาะกับทุกคน อย่างน้อยที่สุดหลังจากศึกษาข้อดี – ข้อเสียต่าง ๆ แล้วควรทดลองกินดูก่อนเพื่อประเมินทั้งเรื่องความรู้สึกและผลที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เพราะสุดท้ายแล้วอะไรก็ตามที่ทำแล้วมีความสุขเรามักจะอยู่กับมันได้นาน…นานเพียงพอที่จะทำให้เราไปถึงเป้าหมายไม่ว่าจะลดน้ำหนักหรืออะไรก็ตาม

Share:

Facebook
Twitter

Related Posts

รวม 7 ท่าสควอท เสกหุ่นสวย สอนท่าสควอทอย่างถูกวิธี ต้องทำอย่างไร?

ปัจจุบันผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก ทั้งเป้าหมายด้านสุขภาพ รูปร่าง หรือการพัฒนาความสามารถด้านกีฬาเองก็ตาม และไม่ว่าเป้าหมายใด ท่าสควอทถือเป็นท่าออกกำลังกายพื้นฐานที่ควรฝึก

Read More

รวม 10 ท่านอนออกกำลังกาย ลดพุง ลดขาง่ายๆ แม้อยู่บนเตียง

ในบางสถานการณ์การออกกำลังกายอาจเป็นเรื่องยากโดยเฉพาะหลังตื่นนอนในยามเช้า และยิ่งถ้าไม่ใช่คนที่ตื่นเช้าเป็นประจำอยู่แล้ว การลุกออกจากเตียงในช่วงเช้าเพื่อไปออกกำลังกายยิ่งเป็นเรื่องที่แสนยากลำบาก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพามาดูท่านอนออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่ายๆ จะทำบนพื้นในห้องนอน

Read More

รู้จักผลิตภัณฑ์ของเรา Fitto Whey Protein & Fitto Plant Protein

โปรตีน ถือเป็นสารอาหารสำคัญสำหรับร่างกาย ที่ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ซึ่งโดยปกติแล้ว เราจะได้รับโปรตีนจากการกินเนื้อสัตว์ เช่น

Read More