บทความ

[ คู่มือ ] กระโดดเชือก ตารางลดน้ำหนักใน 30 วัน หุ่นฟิตเฟิร์ม สไตล์ เบเบ้ !

การมีรูปร่างที่ดีคือเป้าหมายของใครหลาย ๆ คน  ซึ่งการที่เราจะมีรูปร่างที่ดีได้นั้น สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยคือการออกกำลังกาย การออกกำลังกายเพื่อลุดหุ่นหรือลดน้ำหนักนั้นมีหลายวิธี และหนึ่งในนั้นคือการกระโดดเชือก ซึ่งการกระโดดเชือกช่วยให้เราผอมลงและหุ่นดีขึ้นได้ เดี๋ยวเรามาดูกันค่ะว่า สำหรับมือใหม่ที่จะฝึกกระโดดเชือกควรฝึกอย่างไร และการกระโดดเชือกช่วยเรื่องอะไรบ้าง

กระโดดเชือกเป็นการออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอ (Cardio) รูปแบบหนึ่งที่ค่อนข้างเป็นที่นิยม ตั้งแต่ในคนออกกำลังกายเพื่อสุขภาพไปจนถึงนักกีฬาระดับโลก มาดูกันว่าวิธีเล่นหรือวิธีการฝึกการกระโดดเชือกต้องทำอย่างไรกันบ้าง

วิธีเริ่มต้น กระโดดเชือก ที่ถูกต้อง

1.) ฝึกกระโดดตัวเปล่า

สำหรับผู้ที่กระโดดเชือกไม่เป็น เบื้องต้นให้ลองฝึกกระโดดแบบยังไม่ต้องจับเชือกก่อน เริ่มต้นด้วยการจัดระเบียบร่างกายก่อน ยืนลำตัวตรง กดไหล่ลง เกร็งบริเวณหน้าท้อง ผ่อนเข่าเล็กน้อย และฝึกกระโดดขึ้น-ลงตรง ๆ

โดยลงน้ำหนักที่ปลายเท้า กระโดดสูงจากพื้นแค่ประมาณ 1-2 นิ้ว ไม่ต้องกระโดดสูงมากเพราะจะเปลืองแรงโดยไม่จำเป็น กระโดดขึ้น-ลงต่อเนื่องเป็นจังหวะ และพยายามควบคุมจังหวะการกระโดดให้สม่ำเสมอ

ฝึกหมุนข้อมือ

2.) ฝึกหมุนข้อมือ

การกระโดดเชือกที่ถูกต้องใช้เพียงแค่การตวัดข้อมือ ไม่ใช่การเหวี่ยงไปทั้งแขนหรือการควงแขนท่อนล่าง เริ่มต้นฝึกด้วยการยืนลำตัวตรงเหมือนในขั้นตอนที่ผ่านมา 

จับเชือกโดยใช้นิ้วหัวแม่มือจับส่วนเว้าของด้ามจับและอีก 2 นิ้วประคองอาจจะเป็นนิ้วชี้-นิ้วกลาง หรือนิ้วกลาง-นิ้วนางก็ได้ตามความถนัด ข้อศอกทั้ง 2 ข้างชิดลำตัว ฝึกแค่การตวัดข้อมือเพียงอย่างเดียวก่อนเพื่อให้เกิดความคุ้นชิน

หากใครอยากกระโดดตัวเปล่าและฝึกหมุนข้อมือแล้ว และอยากมีออปชั่นเพิ่มกำลังใจในการฝึก ก็ลองไปหาซื้อที่กระโดดเชือกแบบไร้สาย มาลองฝึกเพิ่มก็ได้ ฟังก์ชั่นการนับจำนวนกระโดดของเชือกกระโดดไร้สาย จะช่วยให้เห็นพัฒนาการความทนทาน (Endurance) และความแข็งแรงของร่างกายได้ชัดเจนขึ้น

3.) ฝึกกระโดดจริง

ก่อนฝึกกระโดดจริงพร้อมเชือก ให้แน่ใจก่อนว่าได้ปรับระดับความยาวเชือกเหมาะสมแล้วหรือยัง

วิธีการวัดคือ ให้เหยียบกึ่งกลางเชือกด้วยเท้าข้างหนึ่ง ดึงด้ามจับทั้ง 2 ข้างขึ้นมาในแนวนอน ดึงเชือกให้ตึงและปรับระดับให้ด้ามจับนั้นอยู่ที่ระดับอกหรือใต้รักแร้ของเรา ก็จะได้ความยาวเชือกที่เหมาะสมแล้วค่ะ

หลังจากที่เราฝึกจัดระเบียบร่างกายตัวเปล่ากันมาแล้ว และเตรียมเชือกพร้อมแล้ว ก็ลองมาจัดระเบียบร่างกายขณะจับเชือกเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนกระโดดจริงกันก่อน เริ่มด้วยการยืนลำตัวตรงตามขั้นตอนที่หนึ่ง บีบข้อศอกเข้าหาเอว บีบหลังเข้าหากัน แขนทั้งสองข้างชี้ออกไปด้านหน้าเฉียงทำมุมประมาณ 45 องศา

แขนท่อนล่างขนานกับพื้นหรือเอียงลงเล็กน้อย เพราะถ้างอศอกมากเกินจนแขนชี้ขึ้นด้านบน ตอนที่กระโดดจะทำให้สะดุดเชือก เริ่มฝึกกระโดดจริงโดยการเหวี่ยงเชือกผ่านด้านหลังศีรษะลงมาด้านหน้าพร้อมกับกระโดดขึ้นตรง ๆ

เหมือนที่ฝึกในขั้นตอนแรก กระโดดขึ้น-ลงต่อเนื่อง ลงน้ำหนักแค่บริเวณปลายเท้า กระโดดไม่ต้องสูงมาก ขณะทำพยายามรักษาการจัดระเบียบร่างกายให้เหมือนเดิมตลอดคือ เกร็งท้อง กดไหล่ หนีบศอก บีบหลัง และควบคุมทิศทางของเชือกด้วยการตวัดแค่ข้อมือ

ถ้าอ่านทั้ง 3 ขั้นตอนแล้วยังไม่ค่อยเห็นภาพ ลองดูและฝึกตามวิดีโอด้านล่างนี้ได้เลย

ตารางกระโดดเชือก ลดน้ำหนัก สำหรับมือใหม่ ใน 30 วัน

ตัวอย่างโปรแกรมกระโดดเชือกลดน้ำหนักสำหรับมือใหม่ ระยะเวลา 30 วัน

ตารางจะแสดงจำนวนเวลาที่ต้องกระโดดต่อเนื่องและเวลาพักเป็นวินาที รวมถึงจำนวนเซ็ตทั้งหมดที่ต้องเล่นซ้ำ โดยจะกระโดดกี่ครั้งก็ได้ตามเท่าที่ไหว และพยายามกระโดดให้ต่อเนื่อง อาจมีหยุดได้ระหว่างกระโดดในเวลาที่กำหนด ค่อย ๆ ฝึกไปทีละนิด ช่วงแรกอาจยังกระโดดได้ไม่ต่อเนื่องหรือต่อเนื่องได้ไม่นาน ก็ไม่เป็นไร ขอแค่ฝึกไปเรื่อย ๆ จะกระโดดได้ดีขึ้นและนานขึ้น ดังนั้น อย่าเพิ่งยอมแพ้

สัปดาห์ที่ 1 เริ่มต้นใหม่ อย่าเพิ่งไฟแรง

เริ่มต้นในสัปดาห์แรก ถึงไฟเราจะแรงแค่ไหน ก็ต้องใจเย็น ๆ ก่อนนะคะ ค่อย ๆ ฝึกแบบค่อยเป็นค่อยไป ให้ร่างกายได้ค่อย ๆ ปรับตัวตาม ในสัปดาห์แรกนี้ เราจะฝึกกระโดดต่อเนื่อง 20 วินาที แล้วพัก 40 วินาที ทำวนซ้ำ 15 รอบ (หรือเรียกว่า 15 เซ็ต) ในช่วงแรกนี้พักนานหน่อย เหมาะสำหรับมือใหม่ จะได้ไม่เหนื่อยเกินไปจนท้อไปเสียก่อน ระหว่างพัก พยายามหายใจเข้าออกลึก ๆ จะช่วยเรียกแรงกลับมาได้ และอาจจะมีการจิบน้ำนิด ๆ เพื่อความสดชื่นก็ได้เช่นกัน ส่วนในวันพัก ก็สามารถพักได้เต็มที่นะคะ เพื่อให้ร่างกายและกล้ามเนื้อได้ฟื้นฟูและพัฒนาได้เต็มที่เช่นกัน

วิธีกระโดด: กระโดดต่อเนื่อง 20 วินาทีด้วยท่าต่าง ๆ ที่ถนัด แล้วพัก 40 วินาที

ทำซ้ำจนครบ 15 เซ็ต จะสามารถเบิร์นได้ประมาณ 50-100 kcal

สัปดาห์ที่ 2 ลองท้าทายอีกนิด

ในสัปดาห์ที่ 2 โปรแกรมฝึกจะคล้ายกับสัปดาห์แรกเลย แต่เราเพิ่มเซ็ตขึ้นมาอีกนิด เพื่อท้าทายความสามารถ และเป็นการเพิ่มการเบิร์นด้วย

วิธีกระโดด: กระโดดต่อเนื่อง 20 วินาทีด้วยท่าต่าง ๆ ที่ถนัด แล้วพัก 40 วินาที

ทำซ้ำจนครบ 20 เซ็ต จะสามารถเบิร์นได้ประมาณ 67-133 kcal

สัปดาห์ที่ 3 ก้าวข้าม Comfort Zone

หลังจากที่ชินกับการพักนานกว่ากระโดดแล้ว สัปดาห์นี้เราลองก้าวออกจาก Comfort Zone แล้วฝึกแบบพักน้อยลงกันบ้าง กระโดดและพักอย่างละเท่ากัน เป็นการเพิ่มความเข้มข้นของโปรแกรมฝึก และเพิ่มแคลในการเผาผลาญด้วย

วิธีกระโดด: กระโดดต่อเนื่อง 30 วินาทีด้วยท่าต่าง ๆ ที่ถนัด แล้วพัก 30 วินาที

ทำซ้ำจนครบ 20 เซ็ต จะสามารถเบิร์นได้ประมาณ 100-200 kcal

สัปดาห์ที่ 4 และ 5 ถึงเวลาเป็นนักกระโดดเชือก

ช่วงสัปดาห์ท้าย เชื่อว่าหลายคนน่าจะเทิร์นจากมือใหม่เป็นมือโปรกันแล้ว สะสมสกิลทั้งการกระโดด ประสาทสัมผัส และสมาธิ น่าจะช่วยให้กระโดดได้คล่องและเป็นธรรมชาติมากขึ้น รวมถึงกระโดดได้ต่อเนื่องยาวนานขึ้น

วิธีกระโดด: กระโดดต่อเนื่อง 30 วินาที ด้วยท่าต่าง ๆ ที่ถนัด แล้วพัก 30 วินาที

ทำซ้ำจนครบ 25 เซ็ต จะสามารถเบิร์นได้ประมาณ 125-250 kcal

ข้อเสีย (ข้อควรระวัง) ในการกระโดดเชือก

จริงอยู่ที่การกระโดดเชือกสามารถทำได้ง่ายและดูน่าสนุก แต่ทั้งนี้ สำหรับคนบางกลุ่ม เช่น คนน้ำหนักเกิน (คนอ้วน) หรือคนที่มีปัญหาเรื่องข้อเข่าเสื่อม การกระโดดเชือก จึงอาจมีข้อเสีย (ข้อควรระวัง) อยู่บ้าง เรามาเรียนรู้เอาไว้ เพื่อป้องกันอาการบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้กันค่ะ

  1. การลงน้ำหนัก – การลงน้ำหนักที่ถูกวิธีควรลงแค่ช่วงอุ้งเท้าหรือปลายเท้า ไม่กระโดดสูงมากเกินไป และที่สำคัญควรผ่อนเข่าเล็กน้อยเพื่อให้ความเร็วในการกระโดดและจังหวะมีความสม่ำเสมอ รวมถึงช่วยลดแรงกระแทกที่จะเกิดขึ้นด้วย
  2. อาการเจ็บเข่า – การกระโดดเชือกถูกวิธีแน่นอนว่าส่งผลดีทั้งเรื่องของการเผาผลาญแคลอรี่ กระชับกล้ามเนื้อน่อง, ทำให้ขาดูเรียว และประโยชน์อื่น ๆ แต่เรื่องที่ต้องให้ความสำคัญคือเรื่องของการบาดเจ็บ เมื่อฝึกฝนจนกระโดดได้คล่องแล้ว บางคนอาจจะกระโดดได้ 100 ครั้ง หรือ 1000 ครั้งต่อสัปดาห์ ถ้าลงน้ำหนักไม่ถูกหรือหักโหมมากเกินไปอาจจะส่งผลเสียต่อเข่าในระยะยาวได้ ดังนั้นควรวางแผนการฝึกและวันพักให้เหมาะสม เพื่อที่จะได้ฝึกอย่างต่อเนื่องและไปถึงเป้าหมายได้ในที่สุด
  3. ข้อเข่าเสื่อม – สำหรับคนที่มีประวัติโรคข้อเข่าเสื่อมหรือเคยบาดเจ็บเข่ารุนแรง อาจจะต้องปรึกษาผู้เชี่ยวชาญว่าสามารถออกกำลังกายประเภทใดได้บ้าง เพื่อความปลอดภัยและไม่กลับไปบาดเจ็บซ้ำอีก
  4. อาการจุก – จริง ๆ แล้วไม่ว่าจะวิ่ง กระโดดตบ ปั่นจักรยาน หรือกิจกรรมอื่น ๆ ก็มีโอกาสเกิดอาการจุกได้เช่นกัน เพราะการออกกำลังกายที่ดีควรวางแผนตั้งแต่เรื่องการกินอาหาร ควรกินก่อนประมาณ 60-90 นาที ขึ้นอยู่กับประเภทอาหารด้วย ถ้าเป็นอาหารย่อยยากหน่อย เช่น เนื้อสัตว์ ข้าวกล้อง โฮลวีท ก็ควรเว้นนาน แต่ถ้าอาหารย่อยและดูดซึมได้เร็ว เช่น นม กล้วย น้ำผลไม้ ก็ไม่ต้องเว้นนาน เป็นต้น

หลังจากที่ได้รู้วิธีการกระโดดเชือกไปแล้ว ต่อไปเรามาดูประโยชน์ของการกระโดดเชือกกันบ้าง

1.) ความยืดหยุ่น

การกระโดดเชือกช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อขาทั้งสองข้าง หากร่างกายมีความยืดหยุ่นที่ดีจะช่วยลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บจากกิจกรรมเคลื่อนไหวต่าง ๆ ได้มากขึ้น

2.) ความแข็งแรง

การออกแรงกระโดดจะช่วยสร้างความแข็งแรงให้แกนกลางลำตัว (Core Muscles) และช่วงล่างของร่างกาย(Lower body) เนื่องจากการกระโดดที่ดีจะต้องคุมกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวให้อยู่ในท่าที่มั่นคง และต้องใช้แรงของขาและเท้าในการกระโดดขึ้นและรับแรงในตอนลงกลับจุดเดิม ซึ่งเป็นการบริหารการทำงานทั้งกล้ามเนื้อและกระดูกร่วมด้วย นอกจากนี้ยังมีข้อดีเกี่ยวกับการช่วยให้สูงขึ้นอีกด้วย

3.) พัฒนาความแข็งแรงของปอดและระบบไหลเวียนโลหิต

เนื่องจากการกระโดดเชือกเป็นการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจสูงขึ้น ซึ่งส่งผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด

4.) เผาผลาญแคลอรี่

นับว่าเป็นข่าวดีเลยทีเดียวสำหรับคนอ้วนหรือคนที่มีไขมันสะสมเยอะ เนื่องจากการกระโดดเชือกเป็นการเคลื่อนไหวและใช้แรงกล้ามเนื้อมัดใหญ่อย่างต่อเนื่องที่ส่งผลให้ร่างกายมีการใช้พลังงานมากขึ้น ทำให้เผาผลาญแคลอรี่ได้มากขึ้น ทำให้ช่วยเพิ่มโอกาสในการใช้ไขมันที่สะสมในร่างกายมากขึ้น จึงกล่าวได้เลยว่าการกระโดดเชือกมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนัก ทำได้จริง ๆ หากมีการคุมพลังงานร่วมด้วย

5.) พัฒนาระบบประสาท

การกระโดดเชือกจะต้องอาศัยทั้งการเคลื่อนไหวและการจดจำ ซึ่งต้องใช้ความสัมพันธ์ระบบประสาทของสมอง, ข้อมือ และกล้ามเนื้อขาให้สัมพันธ์กัน หากเราฝึกกระโดดเชือกอย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะมีการเรียนรู้และพัฒนาระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนไหวนี้

6.) มีสมาธิ

การกระโดดเชือกเป็นการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ผู้ฝึกจะต้องใช้สมาธิสูงมากในการควบคุมจังหวะ โดยเฉพาะการฝึกกระโดดเชือกท่าต่าง ๆ เช่น กระโดดเชือกท่า
ไขว้มือ กระโดดเชือกท่าสลับขา กระโดดแบบ Double Under เป็นต้น ดังนั้นการฝึกกระโดดเชือกจึงเป็นการฝึกสมาธิอย่างหนึ่ง

7.) ง่ายและสะดวก

การกระโดดเชือกเป็นกิจกรรมที่ทำได้ง่าย สามารถฝึกกันได้ทุกช่วงวัย ใช้พื้นที่ในการฝึกน้อย อุปกรณ์ที่ใช้ฝึกก็มีขนาดไม่ใหญ่มาก พกพาสะดวก

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ สามารถช่วยให้คนเข้าถึงการออกกำลังกายได้ง่ายขึ้น และมีโอกาสลุกไปออกกำลังกายได้มากขึ้น แต่หากใครที่มีปัญหาเกี่ยวกับเข่า, ข้อเข่าเสื่อม, หรือ,มีการบาดเจ็บที่กระดูกช่วงล่างควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญก่อน

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการกระโดดเชือก

หลาย ๆ คนมีเป้าหมายอยากลดน่อง ลดพุง ลดแขน ลดขา หรือลดส่วนใดส่วนหนึ่ง แต่รู้ไหมว่าการกระโดดเชือกช่วยลดสัดส่วนเหล่านั้นได้หมดเลย เพราะในความเป็นจริงนั้นเราไม่สามารถออกกำลังกายเพื่อลดเฉพาะส่วนได้ แต่เราสามารถลดได้ทุกส่วนเลย

ไม่ว่าจะเป็นพุง แขน ขา หรือน่อง โดยร่างกายจะใช้ไขมันที่สะสมทั่วร่างกายมาใช้เป็นพลังงาน แต่อย่าลืมทำควบคู่กับการคุมอาหารด้วยซึ่งจะช่วยให้เห็นผลได้ดียิ่งขึ้น

1.1 กระโดดเชือกลดขา ได้ยังไง

บางคนอาจเคยสงสัยว่า หากกระโดดเชือกไปนาน ๆ จะทำให้ขาใหญ่ขึ้นหรือเปล่า แต่ในความเป็นจริงแล้วการกระโดดเชือกมีส่วนช่วนให้ขาเล็กลงได้เหมือนกัน เนื่องจากการกระโดดเชือกต้องใช้งานกล้ามเนื้อส่วนของขาเป็นหลัก ซึ่งกล้ามเนื้อขาเป็นกล้ามเนื้อมัดใหญ่ที่ใช้พลังงานเยอะ

หากมีการใช้พลังงานส่วนนี้อย่างต่อเนื่องจะทำให้ร่างกายใช้พลังงานมากขึ้นด้วย ส่งผลให้ลดไขมันตามส่วนต่าง ๆ รวมถึงไขมันบริเวณขาด้วยได้ ทำให้ขาเล็กและดูเรียวขึ้นได้

1.2 กระโดดเชือกลดพุง ได้ยังไง

การกระโดดเชือกลดพุงแม้จะเลือกให้ลดพุงโดยเฉพาะไม่ได้แต่ก็สามารถทำได้เนื่องจากการกระโดดต้องใช้พลังงานจากกล้ามเนื้อหลายส่วนซึ่งแน่นอนว่าเมื่อร่างกายเรามีการใช้พลังงานมากขึ้นจนร่างกายเกิดสภาวะพลังงานติดลบ (Calorie deficit) จนไปดึงไขมันที่สะสมออกมาใช้จนทำให้ไขมันตามจุดต่างๆลดลงรวมถึงบริเวณพุงด้วย

2.) ทำไมกระโดดเชือกแล้วปวดน่อง ?

เป็นเรื่องปกติที่หากกระโดดแล้วจะรู้สึกปวดน่อง เนื่องจากกล้ามเนื้อถูกใช้งานและรับแรงกระแทกอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน โดยเฉพาะผู้ฝึกใหม่หรือผู้ที่ไม่เคยออกกำลังกายมาก่อนที่มีกล้ามเนื้อขาที่ไม่แข็งแรง หากวอร์มอัปก่อนฝึกและยืดเหยียดกล้ามเนื้อน่องหลังฝึกจะช่วยบรรเทาอาการปวดให้น้อยลงได้ แต่หากปวดมาก, บวม หรือฟกช้ำ แนะนำให้ประคบเย็นและพักการกระโดดไปก่อน

3.) ทำไมกระโดดเชือกแล้วเชือกติดขา ?

เนื่องจากในช่วงแรกระบบประสาทของการใช้งานกล้ามเนื้อของส่วนต่าง ๆ ยังไม่สัมพันธ์กัน โดยปกติไม่ว่าจะออกกำลังกายท่าใดที่ใช้กล้ามเนื้อส่วนไหนก็ตามจะต้องมีการปรับตัวหรือปรับระบบประสาทให้คุ้นชินในท่าฝึกนั้น ๆ ความสม่ำเสมอของการฝึกจึงจะช่วยให้ร่างกายและระบบประสาทมีการปรับตัวพัฒนาขึ้นได้ การฝึกกระโดดบ่อย ๆ จะทำให้ทั้งแขนและขาสัมพันธ์กันมากขึ้นได้เช่นกัน ดังนั้น อย่าเพิ่งยอมแพ้ ตั้งใจฝึกฝนต่อไปแล้วจะทำได้ดีขึ้นกว่าเดิมแน่นอน

4.) กระโดดเชือกตอนเช้าหรือเย็นดี ?

จริง ๆ แล้วคำถามนี้ไม่ได้มีแค่กับการกระโดดเชือก ไม่ว่าจะกิจกรรมหรือการออกกำลังกายประเภทไหน ในกิจกรรมหรือกีฬาบางชนิดอาจจะมีข้อดีข้อเสียอยู่บ้าง แต่ถ้าคุณไม่ใช่นักกีฬาเรื่องช่วงเวลาเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญเป็นลำดับท้าย ๆ เพราะออกกำลังกายเวลาไหนนั้นไม่ได้มีความแตกต่างกันมากโดยเฉพาะในคนทั่ว ๆ ไปที่มีเป้าหมายในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพที่ดี หุ่นดี ลดน้ำหนัก เป็นต้น

5.) กระโดดเชือกเผาผลาญกี่แคลถ้าเทียบกับวิ่ง ?

โดยเฉลี่ยแล้วการกระโดดเชือกจะเผาผลาญพลังงาน 10-20 กิโลแคลอรี่ต่อ 1 นาที และการวิ่งจะเผาผลาญพลังงาน 10-15 กิโลแคลอรี่ต่อ 1 นาที จะเห็นว่าทั้ง 2 อย่างไม่ได้ต่างกันมากนัก เพราะในทางปฏิบัติแล้วเราสามารถเพิ่มความเข้มข้นของกิจกรรมที่ทำได้อีกหลายแบบ ซึ่งก็จะเผาผลาญพลังงานมาก-น้อยแตกต่างกันออกไป

6.) ซื้อเชือกกระโดดแบบไหนดี ?

การเลือกซื้อเชือกกระโดด ควรเริ่มต้นตั้งแต่ศึกษาข้อมูลก่อนว่าเชือกกระโดดมีกี่ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับเป้าหมายอะไร เช่น เชือกที่ทำด้วยเคเบิลจะมีน้ำหนักค่อนข้างเบา เหมาะกับการกระโดดเชือกด้วยความเร็วเน้นการคาร์ดิโอเพื่อเผาผลาญพลังงาน แต่ถ้าเป็นเชือกประเภทพลาสติกก็จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นมาหน่อย ควบคุมง่าย แต่อาจจะต้องใช้แรงมากกว่าเดิม เหมาะสำหรับทั้งการเบิร์นไขมันและกระตุ้นกล้ามเนื้อไปในตัว เป็นต้น

ขั้นตอนขอวิธีกระโดดเชือกให้หุ่นดีได้ดั่งใจอาจจะไม่ได้ราบรื่นในทีแรก แต่หากใช้ความสม่ำเสมอและมีเป้าหมายที่ชัดเจน ก็จะทำให้การกระโดดเชือกเป็นวิธีที่จะช่วยลดหุ่นหรือลดน้ำหนักแบบเพลิน ๆ ได้ ไม่ว่าจะลดขา ลดน่อง หรือลดพุง ก็ตอบโจทย์ทั้งนั้น แถมทำได้ทุกที่ ทุกเวลาอีกด้วย และเพื่อให้เห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น อย่าลืมคุมอาหารควบคู่ร่วมด้วย

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Related Posts

กินเวย์ลดน้ำหนัก กินเวย์อย่างไรให้ผอม! น้ำหนักลด หุ่นฟิต ด้วยเวย์โปรตีน

กินเวย์โปรตีนเพื่อลดน้ำหนัก เป็นสิ่งที่ทำได้จริงหรอ? แล้วควรกินตอนไหนถึงจะได้ผลดีที่สุด เห็นผลเร็วที่สุด เริ่มกินเวย์ดีไหม? บทความนี้มีคำตอบ

Read more

Read More
โปรแกรมการออกกำลังกาย ลดนำ้หนัก

โปรแกรมออกกำลังกาย ตารางฟิตร่างกาย 1 สัปดาห์ 30 วันสไตล์เบเบ้

คำแนะนำสำหรับการออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายด้วยตัวเองตามความเหมาะสม มีทั้งการออกกำลังกายโดยใช้อุปกรณ์ และไม่ใช้อุปกรณ์ รวบรวมท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ที่สามารถทำได้เองที่บ้าน

Read more

Read More

แนะนำวิธีลดน้ำหนัก ลดความอ้วนด้วยตัวเอง แบบถูกวิธี ผอมได้อย่างปลอดภัย

แนะนำวิธีลดน้ำหนักแบบต่างๆ สามารถเลือกให้เหมาะสมกับคุณได้ มาลดความอ้วนด้วยตัวเอง แบบถูกวิธี และผอมอย่างปลอดภัยกันเถอะ

Read more

Read More