บทความ

9 สูตร ดีท็อกลดพุง แบบง่ายๆ ช่วยล้างลำไส้ อย่างไรให้ได้ผล!

ดีท็อกลดพุง

การมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงเป็นสิ่งที่ใคร ๆ ก็อยากมีจริงไหมคะ แต่นอกจากวิธีการดูแลสุขภาพด้วยการออกกำลังกายเป็นประจำและการเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์แล้ว ยังมีอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ร่างกายของคุณแข็งแรงและรู้สึกสดชื่นจากภายในสู่ภายนอกได้ นั่นคือ การทำดีท็อกล้างลำไส้ เพื่อกำจัดของเสียสะสมภายในร่างกายนั่นเอง

โดยเฉพาะสาว ๆ อย่างเราที่ต้องดูแลรูปร่างอย่างสม่ำเสมอ การดีท็อกลดพุงจึงเป็นอีกหนึ่งวิธีแบบธรรมชาติ ที่ช่วยให้เราสามารถมีรูปร่างที่ดีได้ ดังนั้นวันนี้เราลองมาดู 9 สูตร ดีท็อกลดพุง แบบง่าย ๆ ที่จะช่วยล้างลำไส้ ให้คุณมีสุขภาพและรูปร่างที่ดีขึ้นกันค่ะ

ทำความรู้จัก ดีท็อก คืออะไร

สูตรดีท็อกลดพุง

ดีท็อก (Detox) หรือ Detoxification คือการกำจัดสารพิษออกจากร่างกาย ซึ่งโดยปกติแล้วร่างกายของเราจะมีระบบกำจัดสารพิษอยู่แล้ว เพื่อลดการสะสมของของเสียในร่างกายที่อาจก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ตามมา

การดีท็อกเป็นกระบวนการที่ช่วยให้ระบบกำจัดสารพิษภายในร่างกายทำงานได้ดียิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบขับถ่าย และทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมสารอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งปัจจุบันการดีท็อกก็เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะวิธีลดพุงด้วยการทำดีท็อกลดพุงที่เป็นที่นิยมในหมู่ผู้รักสุขภาพและผู้ที่ต้องการดูแลรูปร่างให้ดูดีอยู่เสมอ

การทำดีท็อกมีกี่วิธี

detoxลําไส้

การดีท็อกลดพุงหลัก ๆ มีอยู่ 3 วิธี ที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งแต่ละวิธีก็จะมีความแตกต่างทั้งในแง่วิธีการปฏิบัติและความเหมาะสมในแต่ละบุคคล เราไปดูกันดีกว่าว่ามีแบบไหนบ้าง

1. ดีท็อกด้วยการรับประทานอาหาร

การดีท็อกด้วยการรับประทานอาหาร เป็นวิธีที่มีความปลอดภัย ไร้ผลข้างเคียง และทำได้ง่าย ด้วยการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ มีสารที่ช่วยดีท็อกสารพิษในร่างกาย

ยกตัวอย่างเช่น การรับประทานผักและผลไม้ หรือการรับประทานอาหารที่ทำจากวัตถุดิบธรรมชาติ ปรุงแต่งน้อย ไม่มีสารปนเปื้อน และควรหลีกเลี่ยงอาหารหมักดอง อาหารที่มีการฟอกสี ขัดขาว และอาหารสำเร็จรูป

2. ดีท็อกด้วยการสวนล้างลำไส้

การสวนล้างลำไส้เป็นวิธดีท็อกแบบแพทย์ทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมาก ซึ่งช่วยกำจัดของเสียและสารพิษตกค้างภายในลำไส้ ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น และช่วยลดอาการท้องผูก

ข้อควรระวังคือการสวนล้างลำไส้จำเป็นต้องทำโดยผู้มีความรู้ในวิธีการทำที่ถูกต้อง ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะหรือแพทย์ เนื่องจากเป็นวิธีดีท็อกที่เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายนั่นเอง โดยการสวนล้างลำไส้แบ่งออกเป็น 2 ระดับ

  • การสวนล้างระดับล่าง

เป็นการสวนล้างลำไส้ช่วงปลายลำไส้ 30 เซนติเมตร ด้วยน้ำ 1 – 1.5 ลิตร ผสมกับกาแฟบริสุทธิ์สำหรับใช้ในการทำ detox ลำไส้ โดยเฉพาะ หรือใช้น้ำสมุนไพร เช่น น้ำมะนาว น้ำส้มมะขาม ซึ่งสามารถทำได้ทั้งที่บ้านและโรงพยาบาล

  • การสวนล้างระดับบน

เป็นการสวนล้างทั่วทั้งลำไส้ ซึ่งมีขนาดยาวกว่า 150 เมตร ด้วยน้ำอุ่น 25 ลิตร โดยใช้เครื่องมือทางการแพทย์ที่เรียกว่า เครื่องล้างลำไส้ (Colonic) ซึ่งมีการควบคุมอุณหภูมิ แรงดัน และปริมาณของน้ำ และต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะหรือแพทย์เท่านั้น

3. ดีท็อกด้วยการอดอาหาร

เป็นการดีท็อกลดพุงด้วยการเลียนแบบพฤติกรรมการจำศีลของสัตว์ ซึ่งช่วยให้ระบบย่อยอาหารได้หยุดพักการทำงาน ลดการสะสมของเสียในลำไส้ ซึ่งโดยทั่วไปจะใช้เวลาอดอาหาร 1 – 2 วัน และทดแทนอาหารด้วยการดื่มน้ำเปล่าหรือน้ำผักผลไม้แทน

ขั้นตอนการเตรียมตัวก่อนทำดีท็อก

การทำดีท็อก

สำหรับการเตรียมตัวก่อนทำดีท็อกลดพุงนั้นมีหลากหลายวิธี โดยในบทความนี้เราจะขอเน้นไปที่การเตรียมตัวดีท็อกด้วยการรับประทานอาหาร ไปดูกันเลยค่า

  • ค่อย ๆ ปรับเปลี่ยนการรับประทานอาหาร

โดยค่อย ๆ ลดปริมาณอาหารที่ต้องการดีท็อก โดยเฉพาะอาหารที่มีคาเฟอีน แอลกอฮอล์ น้ำตาล น้ำตาลเทียม และไขมันทรานซ์ และเริ่มเพิ่มอาหารประเภทผักเข้าไปแทนในแต่ละมื้อ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอาการเวียนศีรษะ ท้องอืด หรือท้องผูก จากการที่ร่างกายปรับตัวไม่ทัน

  • ค่อย ๆ ลดปริมาณคาเฟอีนลง

สำหรับผู้ที่ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนเป็นประจำนั้น เพื่อหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ควรลดปริมาณคาเฟอีนที่ทานต่อวันลง อาจเลือกรับประทานกาแฟที่มีปริมาณคาเฟอีนต่ำหรือชา

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

เพราะน้ำเป็นองค์ประกอบหลักของร่างกาย โดยเฉพาะในกระบวนการกำจัดของเสีย ซึ่งการดื่มน้ำไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นระยะเวลานานอาจทำให้เกิดอาการท้องผูกได้ ดังนั้นในช่วงการทำดีท็อกจึงควรเริ่มจากการดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อยวันละ 8 แก้ว หรือตามที่ร่างกายควรได้รับโดยคำนวณจากสูตร น้ำหนักตัว (กิโลกรัม)/30 จะได้จำนวนน้ำ (ลิตร) ที่ร่างกายควรได้รับ

  • รู้ว่าสิ่งใดไม่ควรหยุดทาน

การดีท็อกด้วยการทานอาหารไม่จำเป็นต้องอดเสมอไป เพียงคุณทานอาหารที่ถูกหลักโภชนาการ เน้นผักและผลไม้ และหลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลและไขมันสูง ก็ถือเป็นอีกหนึ่งวิธีดีท็อกที่ดี และสำหรับบางท่านที่อาจมีโรคประจำตัวและต้องทานยาเป็นประจำ ในระหว่างการทำดีท็อกหากต้องการหยุดทานยาควรมีการปรึกษาแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายตามมาในภายหลัง

  • เสริมตัวช่วยในการล้างพิษ

เพื่อให้การกำจัดสารพิษของร่างกายมีประสิทธิภาพมากขึ้น เราสามารถเสริมการทำสปา ขัดผิว หรืออบสมุนไพร เพื่อให้ร่างกายกำจัดสารพิษออกทางผิวหนังได้ดียิ่งขึ้นได้ ซึ่งนอกจากจะช่วยเสริมการล้างพิษแล้ว ยังช่วยให้ผ่อนคลายในระหว่างการดีท็อกได้อีกด้วย

แนะนำ 9 สูตรดีท็อกลดพุง ด้วยผักและผลไม้

สูตรที่ 1 ซุปผักร้อน

สูตรดีท็อกลําไส้

สูตรแรกเรามาเริ่มต้นด้วยดีท็อกผักอย่างซุปผักร้อน ๆ เพื่อเพิ่มกากใยและสารอาหารให้กับร่างกาย แถมยังอิ่มท้องและดีระบบขับถ่าย ที่หากทานบ่อย ๆ ก็จะช่วยดีท็อกลำไส้ไปในตัว

โดยสามารถเลือกทำซุปผักสีเขียวที่เน้นผักใบเขียวที่มีธาตุเหล็ก ไฟเบอร์สูง และแคลอรีต่ำ อย่างผักโขม ผักชีฝรั่ง บรอกโคลี กระเทียม และเพิ่มรสชาติด้วยน้ำมันมะกอก เกลือ และน้ำ หรือจะทำเป็นซุปผักสีส้มที่อุดมไปด้วยวิตามินซี อย่างฟักทอง แคร์รอต หอมหัวใหญ่ กระเทียม ซึ่งมีไฟเบอร์สูงและมีน้ำที่ช่วยย่อยอาหารได้ดี

สูตรที่ 2 น้ำผึ้ง มะนาว โยเกิร์ต นมสด

ดีท็อกผัก

สูตรผสมระหว่างน้ำผึ้ง มะนาว โยเกิร์ต และนมสด รสชาติอมเปรี้ยวอมหวานถูกใจสาว ๆ และช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้ได้ดี โดยสูตรนี้แนะนำให้ทานติดต่อกัน 3 วัน ช่วงเวลา 05.30 – 07.00 น. และแนะนำให้ดื่มน้ำสะอาดก่อนทานสัก 1 – 2 แก้ว รับรองพุงยุบแน่นอนจ้า

สูตรที่ 3 น้ำอุ่นและน้ำมะนาว

ดีท็อกลำไส้

สูตรดีท็อกที่ทำง่ายแสนง่าย เพียงแค่มีน้ำอุ่น 1 แก้ว และมะนาวครึ่งลูกเท่านั้น โดยการผสมให้เข้ากันและดื่มก่อนนอนเป็นประจำ ซึ่งสูตรนี้นอกจากจะช่วยกระตุ้นการทำงานของลำไส้แล้ว ยังมีกรดและไฟเบอร์จากมะนาวที่ช่วยกำจัดสิ่งตกค้างในลำไส้ออกไปกับการขับถ่ายในยามเช้า

สูตรที่ 4 นมจืดและกล้วยน้ำว้า

สูตรดีท็อก

สูตรดีท็อกที่อิ่มอร่อยด้วย นมจืด 2 กล่อง และกล้วยน้ำว้า 2 ลูก นำมาปั่นรวมกัน และดื่มในตอนเช้าทันทีหลังตื่นนอน ซึ่งแนะนำให้ทำติดต่อกัน 3 วัน จะช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานดีขึ้น และขับถ่ายเป็นเวลา

สูตรที่ 5 ชาขิงกับว่านหางจระเข้

ดีท็อก

สูตรนี้เป็นชาดีท็อกชั้นเลิศที่ช่วยให้พุงยุบได้อย่างรวดเร็ว โดยมีส่วนผสมเพียง 3 อย่าง โดยเริ่มจากเตรียมขิงหั่นแว่น 1 แว่น และนำไปต้มในน้ำร้อน จากนั้นเติมวุ้นว่านหางจระเข้เข้าไป 1 ช้อนโต๊ะ ทานตอนร้อน ๆ จะรู้สึกสดชื่นดีทีเดียว โดยสูตรนี้เป็นยาระบายอ่อน ๆ ที่ช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้ และช่วยให้ระบบย่อยอาหารและระบบขับถ่ายทำงานได้ดียิ่งขึ้น

สูตรที่ 6 น้ำเปล่าผสมกับเม็ดแมงลัก

detox

อีกหนึ่งสูตรดีท็อกยอดนิยมที่ช่วยลดพุงได้ดีทีเดียว กับสูตรน้ำเปล่าใส่เม็ดแมงลัก โดยเตรียมน้ำเปล่า 1 แก้ว ใส่เม็ดแมงลัก 2 ช้อนชา จากนั้นรอให้เม็ดแมงลักพองตัวและดื่มก่อนนอน โดยเม็ดแมงลักมีสรรพคุณเป็นยาระบายอ่อน ๆ ช่วยขับของเสียสะสมออกจากร่างกาย ช่วยให้กระเพาะสะอาดและย่อยอาหารได้ดียิ่งขึ้น

สูตรที่ 7 น้ำเปล่า เลมอน แตงกวา ใบสะระแหน่

ดีท็อกล้างลำไส้

สูตรนี้เป็นสูตรน้ำดีท็อกที่เรียกความสดชื่นให้กับร่างกาย พร้อมกับช่วยกำจัดของเสียออกมากับการขับถ่ายในตอนเช้า โดยสูตรนี้ใช้เลมอน 2 ลูก แตงกวา ½ ลูก นำมาฝานบางๆ และใบสะระแหน่ 10 – 12 ใบ ใส่ในโหลแก้วและเติมน้ำเปล่าลงไป ¾ ถ้วย จากนั้นแช่ตู้เย็นไว้ 8 ชั่วโมง และนำมาดื่มในตอนเช้าได้เลยค่า

สูตรที่ 8 น้ำเปล่า เลมอน มะนาว สตรอว์เบอร์รี แตงกวา ใบสะระแหน่

สูตรdetox

อีกสูตรน้ำดีท็อกสำหรับสาวกที่ชอบความหอมจากสตรอว์เบอร์รี โดยมีส่วนผสมของสตรอว์เบอร์รี 5 ลูก เลมอน 1 ลูก มะนาว ½ ลูก แตงกวา ½ ลูก นำมาฝานบาง ๆ เตรียมไว้ และใบสะระแหน่ 10 – 12 ใบ ใส่ในโหลแก้วและเติมน้ำเปล่าลงไป ¾ ถ้วย แช่เย็น 2 – 8 ชั่วโมง ทานในตอนเช้าจะช่วยดีท็อกของเสียผ่านการขับถ่ายได้ดีทีเดียวค่า

สูตรที่ 9 ดีท็อกแอปเปิ้ล

ดีท็อกลดหน้าท้อง

ดีท็อกแอปเปิ้ลเป็นสูตรดีท็อกซ์ด้วยผลไม้ที่ทำได้ง่าย ๆ ที่บ้าน ด้วยการทานแอปเปิ้ลแทนมื้ออาหาร 3 มื้อ ติดต่อกันเป็นเวลา 3 วัน โดยเลือกทานแอปเปิ้ลพันธุ์ใดก็ได้ตามความชอบ และสามารถเพิ่มส่วนผสมอื่น ๆ อย่างน้ำแอปเปิ้ล 100% หรือแอปเปิ้ลไซเดอร์ลงไปได้เพื่อเพิ่มรสชาติและคุณประโยชน์

โดยแอปเปิ้ลจะมีสารที่เรียกว่าเพ็คตินที่จะช่วยขับสารพิษที่ค้างอยู่ในลำไส้ออกมาผ่านการขับถ่ายในแต่ละวัน ซึ่งระหว่างการทำดีท็อกนี้ก็ควรดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 8 แก้ว และในวันสุดท้ายให้ปิดท้ายด้วยการทานน้ำมันมะกอกแบบเอ็กซ์ตร้าเวอร์จิ้น 2 ช้อนโต๊ะ อาจผสมกับน้ำองุ่นหรือน้ำส้มเพื่อให้ทานง่ายขึ้น

ข้อดีของการทำดีท็อก

  • ช่วยกระตุ้นระบบเผาผลาญ ลดการสะสมของไขมัน
  • การดีท็อกลดพุงช่วยปรับสมดุลของร่างกาย ผิวพรรณสดใสขึ้น จากการกำจัดของเสียที่ตกค้างภายในลำไส้ออกมา
  • ช่วยให้ลำไส้ดูดซึมอาหารได้ดียิ่งขึ้น ร่างกายสดชื่นและแข็งแรงขึ้น
  • ช่วยแก้ปัญหาอาการท้องผูก กระตุ้นระบบขับถ่ายให้กลับมาทำงานปกติ
  • ช่วยบรรเทาอาการลำไส้แปรปรวน (Irritable bowel syndrome) หรืออาการท้องผูกสลับท้องเสีย
  • อาจมีส่วนช่วยในการลดความเสี่ยงมะเร็งจากของเสียที่ตกค้างเป็นเวลานาน

ข้อจำกัดของการทำดีท็อก

  • การดีท็อกลดพุงด้วยการอดอาหารอาจเสี่ยงต่อการได้รับสารอาหารที่ไม่เพียงพอต่อร่างกาย ทำให้หน้ามึด อ่อนเพลีย และหมดสติได้
  • สำหรับการดีท็อกโดยสวนล้างลำไส้เสี่ยงต่อการติดเชื้อได้ง่ายจากอุปกรณ์ที่สอดเข้าไป และอาจก่อให้เกิดบาดแผลทางทวารหนัก
  • ดีท็อกลดพุงทำให้ร่างกายเสียน้ำอย่างมากในคราวเดียว โดยเฉพาะการดีท็อกโดยการสวนลำไส้ อาจทำให้ความดันโลหิตลดต่ำลง จนถึงขั้นช็อกและเสียชีวิตได้
  • การดีท็อกลำไส้ นอกจากจะกำจัดของเสียออกจากร่างกายแล้ว ยังทำลายแบคทีเรียประจำถิ่นที่มีประโยชน์ที่ช่วยย่อยอาหารบางประเภท สร้างสารที่จำเป็น และช่วยเพิ่มภูมิต้านทานของร่างกาย
  • การดีท็อกทำให้ระบบขับถ่ายแปรปรวนได้ ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ และต้องพึ่งพาการดีท็อกอยู่เสมอ

ใครควรหลีกเลี่ยงการทำดีท็อก

สำหรับบางท่านที่ต้องการทำดีท็อกลดพุงแต่อาจอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ควรมีการปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจทำ เพื่อความปลอดภัย และไม่ควรทำบ่อยเกินไป

โดยผู้ที่จะทำดีท็อกควรมีอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป และสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอาจทำได้โดยต้องปรึกษาแพทย์เพื่อปรับการดีท็อกให้เหมาะสมในแต่ละบุคคล ซึ่งผู้ที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่ไม่ควรทำดีท็อกได้แก่

  • เด็กและสตรีมีครรภ์
  • ผู้ที่เป็นลำไส้อักเสบ มะเร็งลำไส้
  • ผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำหรือสูงผิดปกติ
  • ผู้ที่มีภาวะไตวาย หรือมีภาวะเกลือแร่ในร่างกายผิดปกติ
  • ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงในช่องท้อง เช่น ไส้เลื่อน ลำไส้อุดตัน มีเลือดออกทางทวารหนัก พึ่งได้รับการผ่าตัดช่องท้องมาไม่เกิน 6 สัปดาห์ เคยผ่านการผ่าตัดลำไส้ใหญ่และเปิดลำไส้ออกทางหน้าท้อง
  • ผู้ที่มีภาวะเสี่ยงเกี่ยวกับระบบหมุนเวียนเลือด เช่น มีประวัติหัวใจล้มเหลว เป็นโรคหัวใจขาดเลือด มีภาวะเส้นเลือดโป่งพอง มีภาวะเลือดจางรุนแรง

คำถามที่พบบ่อย

ควรดีท็อกลดพุงกี่วัน

การดีท็อกลดพุงไม่มีการกำหนดวันที่แน่นอน แต่สามารถทำติดต่อกันได้ระยะเวลาหนึ่ง โดยขึ้นอยู่กับสูตรดีท็อกที่ใช้และร่างกายของแต่ละบุคคล โดยทั่วไปควรทำอย่างน้อย 3 วันขึ้นไป เพื่อให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

ทั้งนี้ในการทำดีท็อกแต่ละสูตรควรศึกษาวิธีการและปฏิบัติอย่างถูกต้อง และไม่ทำติดต่อกันนานเกินไป เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียกับสุขภาพร่างกาย และเพื่อความปลอดภัยขอแนะนำให้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหรือแพทย์ เพื่อแนะนำวิธีที่เหมาะสมกับเราจะดีที่สุดค่า

น้ําดีท็อกดื่มตอนไหน

การดื่มน้ำดีท็อกลดพุงในแต่ละช่วงเวลาจะให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน

  • ช่วงเช้า เวลา 05.00 – 12.00 น. ดื่มในขณะท้องว่างหรือก่อนมื้อเช้า จะช่วยกระตุ้นการขับถ่ายและลดพุงได้ดี
  • ช่วงบ่าย เวลา 13.00 – 15.00 น. ช่วยให้ระบบย่อยในลำไส้เล็กทำงานได้ดีขึ้น
  • ช่วงเย็น เวลาใดก็ได้ อาจดื่มก่อนเข้านอนขณะท้องว่าง จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้นและช่วยลดพุง

ดีท็อกลําไส้มีที่ไหนบ้าง

การดีท็อกสวนล้างลำไส้อย่างปลอดภัยควรทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยเราขอแนะนำ 5 อันดับ ศูนย์ดีท็อกลำไส้ 2022 เพื่อเป็นตัวเลือกประกอบการตัดสินใจกันค่ะ

  1. โรงพยาบาลวิภาวดี
  2. ศูนย์สุขภาพ La Vie
  3. โรงพยาบาลยันฮี
  4. โรงพยาบาลบุญญาเวช
  5. ชีวี ดีท็อกซ์ คลินิก

ข้อสรุป

การดีท็อกลดพุงเป็นวิธีที่กำลังได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะสามารถทำได้ง่ายและเห็นผลจริง ซึ่งก็มีอยู่หลากหลายวิธีทั้งการดีท็อกด้วยการรับประทานอาหาร สวนล้างลำไส้ และการอดอาหาร

ทั้งนี้การดีท็อกแต่ละวิธีก็มีความเหมาะสมกับแต่ละบุคคลที่แตกต่างกันไป เพราะร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน ดังนั้นในการดีท็อกทุกครั้งจึงควรศึกษาวิธีการที่ถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสมกับเรามากที่สุด เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี และไม่เกิดผลเสียต่อสุขภาพร่างกายของเรา

สำหรับวิธีง่าย ๆ อย่างการดีท็อกด้วยการรับประทานอาหารเราก็ได้แนะนำสูตรดีท็อกถึง 9 สูตร ที่ทั้งทำง่าย อร่อย และดีต่อสุขภาพมาให้สาว ๆ ได้ลองทำเองที่บ้าน แต่ก็ยังมีสิ่งที่ควรคำนึงถึงคือการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงยังคงต้องอาศัยหลายปัจจัยประกอบกันทั้งการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และออกกำลังกาย ดังนั้นก็ควรทำควบคู่กันไปเพื่อให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงยืนยาว

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Related Posts

รวม 7 ท่าสควอท เสกหุ่นสวย สอนท่าสควอทอย่างถูกวิธี ต้องทำอย่างไร?

ปัจจุบันผู้คนหันมาให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเป็นจำนวนมาก ทั้งเป้าหมายด้านสุขภาพ รูปร่าง หรือการพัฒนาความสามารถด้านกีฬาเองก็ตาม และไม่ว่าเป้าหมายใด ท่าสควอทถือเป็นท่าออกกำลังกายพื้นฐานที่ควรฝึก

Read More

รวม 10 ท่านอนออกกำลังกาย ลดพุง ลดขาง่ายๆ แม้อยู่บนเตียง

ในบางสถานการณ์การออกกำลังกายอาจเป็นเรื่องยากโดยเฉพาะหลังตื่นนอนในยามเช้า และยิ่งถ้าไม่ใช่คนที่ตื่นเช้าเป็นประจำอยู่แล้ว การลุกออกจากเตียงในช่วงเช้าเพื่อไปออกกำลังกายยิ่งเป็นเรื่องที่แสนยากลำบาก ดังนั้น ในบทความนี้เราจะพามาดูท่านอนออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่ายๆ จะทำบนพื้นในห้องนอน

Read More
ท่าลดเอว

รวม 10 ท่าลดเอว วิธีทำให้เอวเล็กแบบเร่งด่วน ลดเอวข้าง สร้างหน้าท้องสวย!

แนะนำ 10 ท่าลดเอว หุ่นฟิต บริหารหน้าท้องสวย ฉบับเบเบ้! อยากมีเอวบาง เอวเอส ต้องทำอย่างไรบ้าง หาคำตอบได้ในบทความนี้

Read more

Read More