บทความ

ประโยชน์ของช็อกโกแลต ต่อสุขภาพ การลดน้ำหนัก ดีจริงไหม ข้อดี ข้อควรระวัง

เราทุกคนอาจจะนึกถึงช็อคโกแลตเวลาที่พูดถึงความสุขในการกินหรือเวลาที่ต้องการให้รางวัลกับตัวเอง แต่น้อยคนที่จะนึกถึงช็อคโกแลตเวลาที่พูดถึงอาหารเพื่อสุขภาพ หรือการลดน้ำหนักและอยากผอม นั่นก็เพราะว่าพวกเขาอาจจะยังไม่รู้จักกับประโยชน์ของช็อคโกแลตนั่นเอง ที่จริงแล้วสรรพคุณช็อคโกแลตมีหลายข้อที่อาจช่วยให้การคุมอาหารและออกกำลังกายของเราประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

โดยเฉพาะสำหรับหลายท่านที่ได้เรียนรู้จากบทความก่อนหน้านี้ของเราไปแล้วเกี่ยวกับการเดินเร็วลดน้ำหนัก ว่าแต่ละคนควรจะเดินวันละกี่ก้าว เป็นเวลากี่นาที ดังนั้นจะดีหรือไม่ถ้าในบทความนี้เราจะมาเรียนรู้กันว่าสิ่งที่ดีต่อใจอย่างช็อคโกแลตนั้น ก็ดีต่อร่างกายของเราด้วยเช่นกัน

 

ประโยชน์ของช็อกโกแลต


สรรพคุณช็อกโกแลต

ช็อคโกแลตโดยปกติแล้วจะมีส่วนประกอบหลักคือ ผงโกโก้ (Cocoa powder) และ ไขมันโกโก้ (Cocoa butter) ซึ่งได้มาจากการบดเมล็ดโกโก้ หรือก็คือเมล็ดของผลจากต้นคาเคา (Cacao tree) นั่นเอง อาจปรุงรสชาติให้รับประทานง่ายขึ้นด้วยน้ำตาลและนม ซึ่งส่วนประกอบที่ของคาเคาที่อยู่ในช็อคโกแลตนั้นอัดแน่นไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพกว่า 300-400 ชนิดเลยทีเดียว


ข้อดีของช็อกโกแลต

จากบรรดาสารอาหารที่ดีต่อสุขภาพที่มีอยู่ในช็อคโกแลต งานวิจัยพบว่าสรรพคุณที่โดดเด่นซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายของเรา มีดังนี้

1) สุดยอดสารต้านอนุมูลอิสระ

ในบรรดาประโยชน์ทั้งหมดของช็อคโกแลต หนึ่งในนั้นคือสารต้านอนุมูลอิสระที่ทรงพลังอย่างยิ่งคือสารกลุ่มที่เรียกว่า พอลิฟีนอล (Polyphenols) การรับประทานช็อคโกแลตชิ้นขนาด 1.5 ออนซ์ (ประมาณ 42.5 กรัม) นั้นทำให้เราได้รับพอลิฟีนอลในปริมาณพอ ๆ กับการดื่มไวน์แดงถึง 5 แก้วเลยทีเดียว โดยพอลิฟีนอลชนิดหนึ่งที่อยู่ในดาร์คช็อกโกแลตที่ชื่อว่า เอพิคาเทคิน (Epichatechin) นั้น ถูกค้นพบว่ามีส่วนช่วยลดความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจและโรคเบาหวานอีกด้วย

2) ต่อสู้กับภัยที่จะมาทำร้ายร่างกาย

ดาร์คช็อคโกแลตยังประกอบด้วยสารในกลุ่ม ฟลาโวนอยด์ (Flavonoids) ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยป้องกันร่างกายเราจากโรคต่าง ๆ ได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นช่วยยับยั้งการอักเสบ ช่วยกำจัดเชื้อไวรัส รวมถึงต่อสู้กับสารก่อมะเร็งอีกด้วย

3) ดีต่อหัวใจ

งานวิจัยพบว่าคาร์คช็อคโกแลตช่วยเพิ่มการไหลเวียนโลหิตและช่วยป้องกันการเกิดลิ่มเลือด โดยพอลิฟีนอลที่ได้รับจากการรับประทานช็อคโกแลตเพียงเล็กน้อยควบคู่ไปกับการรับประทานอาหารตามปกติสามารถช่วยลดระดับความดันโลหิต และช่วยในการสร้าง ไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ซึ่งมีฤทธิ์ในการช่วยขยายหลอดเลือด นอกจากนี้การรับประทานดาร์คช็อคโกแลตในประมาณ 2-3 ชิ้นเล็ก ๆ ต่อสัปดาห์ยังสามารถช่วยป้องกันการแข็งตัวของหลอดเลือดแดงได้อีกด้วย

4) เพิ่มความไวให้สมอง

ไม่เพียงแต่ดีต่อหัวใจเท่านั้น แต่ยังดีต่อสมองอีกด้วย เนื่องจากการที่ช็อคโกแลตช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดจึงทำให้สารอาหารและออกซิเจนเข้าไปเลี้ยงสมองได้มากขึ้น นอกจากนี้ในช็อคโกแลตขนาด 1.5 ออนซ์ยังประกอบไปด้วยคาเฟอีน 27 มิลลิกรัม เช่นเดียวกับ ธีโอโบรมีน (Theobromine) ซึ่งสารทั้งสองชนิดนี้ช่วยเพิ่มสมาธิในการทำงานได้

นักวิจัยยังเชื่อว่าสารกลุ่มฟลาโวนอล (Flavonols) ที่มีอยู่ในช็อคโกแลตนั้นช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปที่สมองแบบจำเพาะอีกด้วย โดยจากการทดลองชี้ว่าฟลาโวนอลช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่สมองโดยเฉพาะส่วน ฟรอนทัลคอร์เท็กซ์ (Frontal Cortex) ซึ่งถือเป็นส่วนที่มีหน้าที่ในการวางแผนและตัดสินใจนั่นเอง

ซึ่งฟลาโวนอลนั้นคือเป็นที่มีอยู่ในผักผลไม้และช่วยให้พวกมันมีสีสันสดใส พบในชาและโกโก้ด้วยเช่นกัน งานวิจัยยังแสดงให้เห็นด้วยว่าการรับประทานอาหารที่มีฟลาโวนอลสูงนั้นเชื่อมโยงกับการลดความเสื่อมถอยในการคิดของสมองเมื่ออายุมากขึ้น โดยเหตุผลที่น่าจะเป็นไปได้ก็คือฟลาโวนอลนั้นช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตไปที่สมองนั่นเอง

ข้อดีของช็อกโกแลต


ช็อกโกแลตมีกี่ประเภท แต่ละชนิดมีประโยชน์หรือแตกต่างกันอย่างไรบ้าง

ตามที่ได้กล่าวไปแล้วว่าช็อคโกแลตนั้นประกอบด้วยส่วนประกอบหลัก ๆ คือ ผงโกโก้ กับ ไขมันโกโก้ แต่ในด้านรูปแบบการรับประทานนั้นค่อนข้างจะหลากหลายมาก ๆ โดยช่วงแรกที่โลกตะวันตกรู้จักกับช็อคโกแลต การรับประทานจะอยู่ในรูปแบบของเครื่องดื่มด้วยการชงผงโกโก้กับน้ำร้อนและอาจมีการปรุงรสชาติด้วยนมและน้ำตาล ส่วนรูปแบบการรับประทานแบบช็อคโกแลตแท่ง (Chocolate bar) นั้นเกิดขึ้นภายหลัง ซึ่งช็อคโกแลตแท่งแต่ละชนิดก็จะมีความแตกต่างกันในด้านส่วนผสมด้วย

ตัวอย่างเช่น ดาร์คช็อกโกแลต (Dark chocolate) จะประกอบไปด้วยผงโกโก้กับไขมันโกโก้ อาจปรุงรสชาติด้วยน้ำตาลเท่านั้นโดยไม่มีส่วนประกอบของนม ส่วนช็อคโกแลตนม (Milk chocolate) นอกจากผงโกโก้กับไขมันโกโก้และน้ำตาลแล้วก็จะมีนมหรือเนยเป็นส่วนประกอบสำคัญด้วย ส่วนไวท์ช็อคโกแลต (White chocolate) ก็จะไม่มีส่วนผสมของผงโกโก้เลย เป็นต้น ยังไม่นับช็อคโกแลตในรูปแบบองขนมที่อาจมีส่วนผสมอื่น ๆ เพิ่มเติมอีกมากมายหลากหลายไม่ว่าจะเป็นถั่ว ธัญพืช ผลไม้แห้ง ฯลฯ แต่รูปแบบของช็อคโกแลตในบทความนี้เราจะขอเน้นไปที่ช็อคโกแลตแท่ง 2 ชนิดหลัก ซึ่งก็คือ ดาร์คช็อคโกแลต กับ ไวท์ช็อคโกแลต นั่นเอง


ดาร์กช็อกโกแลต

อย่างที่ทราบแล้วว่าดาร์คช็อคโกแลตจะประกอบด้วยผงโกโก้กับไขมันโกโก้เป็นหลัก โดยอาจมีน้ำตาลเป็นส่วนผสมหรือไม่มีก็ได้ สัดส่วนของผงโกโก้ในดาร์คช็อคโกแลตมักจะสูงตั้งแต่ประมาณ 70% ขึ้นไป และหากพูดถึงดาร์คช็อกโกแลต 85% ขึ้นไปจะพบว่า 65% ของพลังงานที่ได้จากการรับประทานจะมาจากไขมัน จึงเหมาะสำหรับผู้ที่วางแผนไดเอทแบบโลว์คาร์บด้วย โดยประโยชน์ของช็อคโกแลตที่กล่าวถึงในบทความนี้ล้วนอ้างอิงจากดาร์คช็อคโกแลตเป็นหลัก


ไวท์ ช็อกโกแลต

ตรงกันข้ามกับ ดาร์คช็อคโกแลต ไวท์ช็อคโกแลตนั้นไม่มีส่วนผสมของผงโกโก้อยู่เลย แต่จะมีส่วนผสมของไขมันโกโก้ น้ำตาล นมผง และมักแต่งกลิ่นด้วยวานิลลา แม้ว่ามันจะไม่ได้ประกอบด้วยของแข็งอย่างผงโกโก้แต่ก็สามารถเป็นของแข็งที่อุณหภูมิห้องได้ เนื่องจากไขมันโกโก้มีจุดหลอมเหลวที่อุณหภูมิ 35 องศาเซลเซียสนั่นเอง และด้วยความที่มันปราศจากผงของเมล็ดคาเคาซึ่งเป็นแหล่งของสารอาหารส่วนใหญ่ที่มีในช็อคโกแลต เราจึงพบว่าไวท์ช็อคโกแลตมีเพียง ธีโอโบรมีน และ คาเฟอีน ในปริมาณเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไวท์ช็อคโกแลตนั้นก็มักจะถูกใช้ในการนำมาผสมกับดาร์คช็อคโกแลตเพื่อสร้างสรรค์เมนูช็อคโกแลตที่มีความหลากหลายและน่ารับประทานมากยิ่งขึ้น รวมถึงกลิ่นวานิลลาที่มักจะมีในไวท์ช็อคโกแลตก็ช่วยเพิ่มความรู้สึกของขนมหวานให้กับเมนูนั้น ๆ อีกด้วย

ช็อกโกแลตมีกี่ประเภท


ข้อควรระวังหรือโทษของช็อกโกแลต

ถึงแม้ว่าช็อคโกแลตจะมีประโยชน์มากมายอย่างเหลือเชื่อตามที่ได้กล่าวไปแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าเราสามารถกินดาร์คช็อคโกแลตเท่าไหร่ก็ได้ตามที่เราต้องการ แนะนำว่าควรจะจำกัดปริมาณไว้ที่สัก 2 บล็อคเล็ก ๆ ต่อวัน เพื่อที่เราจะสามารถได้ประโยชน์ทางสุขภาพโดยที่การลดน้ำหนักยังไม่เละไปซะก่อน

อีกอย่างชนิดของช็อคโกแลตที่ควรรับประทานเพื่อให้ได้ประโยชน์ก็ควรจะเป็นดาร์คช็อคโกแลตด้วย โดยเฉพาะที่มีสัดส่วนของโกโก้ 85% ขึ้นไป เนื่องจากการทานช็อคโกแลตในรูปแบบอื่นนอกจากจะทำให้ได้รับสารอาหารที่มีอยู่น้อยช็อคโกแลตน้อยลงแล้ว ก็ยังมีโอกาสทำให้ได้รับพลังงานมากเกินไปจากไขมันและน้ำตาลที่อยู่ในช็อคโกแลตเหล่านั้นนั่นเอง

นอกจากนี้แม้ช็อคโกแลตอาจจะไม่ได้เป็นสาเหตุโดยตรงของการเกิดสิวอย่างที่หลายคนเชื่อ แต่แพทย์ก็ยังเตือนว่า การรับประทานอาหารที่มีค่า Glycemix index สูงนั้นก็สามารถเชื่อมโยงกับการเกิดสิวได้ โดยคาดว่าการที่ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงอย่างรวดเร็วจะกระตุ้นให้อินซูลินหลั่งออกมามาก ซึ่งถ้าอินซูลินหลั่งออกมามากเกินไปก็จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตไขมันออกมามากขึ้น เพิ่มโอกาสที่จะเกิดการอุดตันและเป็นสิวได้เช่นกัน

ข้อควรระวังหรือโทษของช็อกโกแลต


ช็อกโกแลต สามารถลดน้ำหนักได้จริงหรือ

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่าประมาณ 65% ของพลังงานที่มีอยู่ในดาร์คช็อคโกแลตนั้นเป็นพลังงานจากไขมัน และด้วยประโยชน์ที่มีมากมาย ดาร์คช็อคโกแลตจึงถือเป็นแหล่งไขมันดีที่เราสามารถนำใส่ไว้ในแผนไดเอทของเราได้ โดยเฉพาะสำหรับท่านที่ต้องการวางแผนไดเอทด้วยการลดอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตหรือที่เรียกว่า โลว์คาร์บ ซึ่งอาจจำเป็นต้องทานไขมันมากกว่าคนทั่วไป ดังนั้นการเลือกอาหารที่เป็นแหล่งไขมันที่มีประโยชน์ ดีต่อสุขภาพจึงถือเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ๆ

นอกจากนี้งานวิจัยยังพบประโยชน์ของช็อคโกแลตที่มีต่อการลดน้ำหนักไม่ว่าจะเป็น ช่วยในการทำงานของฮอร์โมนอิซูลิน ซึ่งการที่ฮอร์โมนอินซูลินทำงานดีขึ้นก็จะช่วยให้ร่างกายนำสารอาหารเข้าสู่กล้ามเนื้อได้ดีขึ้นและลดการเก็บเป็นไขมันสะสมโดยเฉพาะในคนที่ออกกำลังกาย นอกจากนี้ยังพบว่าช็อคโกแลตยังมีส่วนช่วยลดระดับของฮอร์โมนเกรลิน (Ghrelin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำให้เกิดความหิว จึงทำให้เราสามารถควบคุมความหิวหรือความอยากอาหารได้ดีขึ้นด้วย

เหนือสิ่งอื่นใด คงมีไม่กี่คนที่จะคิดว่าเราจะมีโอกาสได้กินช็อคโกแลตในช่วงไดเอท (ยกเว้นในมื้อโกง) แต่การที่ได้รู้ว่าเราสามารถกินช็อคโกแลตได้ทุกวันแม้จะเพียงปริมาณเล็กน้อย ก็ย่อมส่งผลดีต่อสภาพจิตใจของเรา และทำให้เราไม่หลุดจากการไดเอทจากความเครียดที่มากเกินไป ซึ่งย่อมเป็นผลดีต่อการลดน้ำหนักและสุขภาพของเราในระยะยาวนั่นเอง

 

ช็อกโกแลต สามารถลดน้ำหนักได้จริงหรือ

ส่วนท่านใดที่อยากลดน้ำหนักด้วยวิธีที่ดีต่อสุขภาพเราก็ขอแนะนำคอร์สออนไลน์ Bebe Fit Routine ภายในคอร์สจะไม่มีการอดอาหารหรือคุมอาหารแบบเข้มงวดจนเกินไป แต่จะให้กินอย่างมีความรู้ควบคู่กับการออกกำลังกาย 4 วันต่อสัปดาห์ ครั้งละไม่เกิน 60 นาที

โดยมีทีมโค้ชคอยดูแลให้คำแนะนำและตอบข้อสงสัยตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์ พร้อมชาเลนจ์สนุก ๆ ที่จะทำให้การลดน้ำหนักของคุณไม่น่าเบื่ออีกด้วย การันตีด้วยผู้ที่ทำสำเร็จมาแล้วมากมาย หากสนใจก็สามารถคลิกเพื่อดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ลิงค์นี้ได้เลย https://bebefitroutine.com/onlinecourse


แหล่งข้อมูลที่ใช้อ้างอิง:

Share:

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

Related Posts

กินเวย์ลดน้ำหนัก กินเวย์อย่างไรให้ผอม! น้ำหนักลด หุ่นฟิต ด้วยเวย์โปรตีน

กินเวย์โปรตีนเพื่อลดน้ำหนัก เป็นสิ่งที่ทำได้จริงหรอ? แล้วควรกินตอนไหนถึงจะได้ผลดีที่สุด เห็นผลเร็วที่สุด เริ่มกินเวย์ดีไหม? บทความนี้มีคำตอบ

Read more

Read More
โปรแกรมการออกกำลังกาย ลดนำ้หนัก

โปรแกรมออกกำลังกาย ตารางฟิตร่างกาย 1 สัปดาห์ 30 วันสไตล์เบเบ้

คำแนะนำสำหรับการออกแบบโปรแกรมออกกำลังกายด้วยตัวเองตามความเหมาะสม มีทั้งการออกกำลังกายโดยใช้อุปกรณ์ และไม่ใช้อุปกรณ์ รวบรวมท่าออกกำลังกายง่าย ๆ ที่สามารถทำได้เองที่บ้าน

Read more

Read More

แนะนำวิธีลดน้ำหนัก ลดความอ้วนด้วยตัวเอง แบบถูกวิธี ผอมได้อย่างปลอดภัย

แนะนำวิธีลดน้ำหนักแบบต่างๆ สามารถเลือกให้เหมาะสมกับคุณได้ มาลดความอ้วนด้วยตัวเอง แบบถูกวิธี และผอมอย่างปลอดภัยกันเถอะ

Read more

Read More